ธปท. ออกหลักเกณฑ์ภายใต้โครงการ Your Data เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
สามารถใช้สิทธิส่งข้อมูลในภาคสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้รับบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแล
ให้มีกลไกที่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ (ผู้ใช้บริการ) สามารถใช้สิทธิส่งข้อมูลในภาคสถาบันการเงิน
ซึ่งครอบคลุมข้อมูลเงินฝาก ข้อมูลสินเชื่อ และข้อมูลการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝาก บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) และบัตรเครดิต โดยข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนสถานะทางการเงิน พฤติกรรมการใช้จ่าย และพฤติกรรมการชำระหนี้ ซึ่งช่วยให้ผู้ให้บริการรู้จักลูกค้าดีขึ้น รวมทั้งสามารถนำไปพัฒนาบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้ตรงจุด ทั้งนี้ การออกหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของโครงการ “Your Data ข้อมูลของคุณสู่บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์” ที่ ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง[1] มุ่งให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิ์ในการส่งข้อมูลของตนเองที่อยู่กับสถาบันการเงินหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกภาคการเงิน ไปยังผู้ให้บริการรายอื่นผ่านช่องทางดิจิทัลได้
หลักเกณฑ์ฯ นี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. ต้องจัดทำข้อมูลและกลไกที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งต่อข้อมูลของตนเองไปยังผู้ให้บริการทางการเงินรายอื่นได้สะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐานผ่านช่องทางดิจิทัล โดยผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ต้องมีมาตรการดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม อาทิ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ การกำหนดเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูลจะต้องเป็นไปตามหลักการและแนวทาง
ที่กำหนด โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งข้อมูลและรับข้อมูลของผู้ให้บริการ ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้เกิด
การรับ-ส่งข้อมูลมากเกินความจำเป็น และไม่ทำให้ผู้ให้บริการรายใดต้องรับภาระมากเกินควร ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องเตรียมการเพื่อทยอยเปิดให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิส่งข้อมูลได้ตั้งแต่ปลายปี 2569 โดยเริ่มจากข้อมูลเงินฝากประเภทบุคคลธรรมดา จากนั้นจะทยอยขยายไปสู่ข้อมูลประเภทอื่น ๆ ในปี 2570–2571 ต่อไป
เกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายกับผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การนำไปใช้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินหรือ
[1] หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมสรรพากร สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การไฟฟ้านครหลวง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และสมาคมผู้ให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมธนาคารนานาชาติ ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย สมาคมฟินเทคประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย













