นักลงทุนกำลังหันหน้า หาหุ้นแบงก์

นักลงทุนกำลังหันหน้า หาหุ้นแบงก์
แล้วทำไม KBANK – KKP กลายเป็น
ทางเลือกหลักของกลุ่ม!

หลังหุ้นกลุ่มธนาคาร ประกาศงบไตรมาส 2/2569 เสร้จสิ้น 2 หุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผลประกอบการสุดแข็งแกร่ง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
แต่ KBANK – KKP กลับมีกำไรโดดเด่น จากค่าธรรมเนียมและบริการ ยังมีธุรกิจตลาดทุนเข้ามาหนุนในส่วนของรายได้และกำไรได้อย่างหน้าสนใจ

มาดูที่ปัจจัยหนุนความแข็งแกร่งของกลุ่มธนาคาร
ว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง?

ธุรกิจสินเชื่อหลัก
รายได้ดอกเบี้ยยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่สร้างกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รายได้ค่าธรรมเนียม
การขยายบริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ประกัน และการลงทุน ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยให้เติบโต

การบริหารคุณภาพสินทรัพย์
การบริหารจัดการหนี้เสีย NPL และการตั้งสำรองอย่างรอบคอบ ช่วยปกป้องงบการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในระยะยาว

โดย KBANK มีจุดเด่นสำคัญคือเป็นผู้นำ Digital Banking และฐานลูกค้า ข้อมูลจากรายงานประจำปีและบทวิเคราะห์ระบุว่า KBANK ครองฐานผู้ใช้งานผ่าน K PLUS สูงสุดในประเทศ รวมถึงการเป็นธนาคารหลักของกลุ่มSME

ศักยภาพสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม ในงบไตรมาส 2/2569 KBANK ยังคงทำกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มธนาคาร 1.32 หมื่นล้านบาทใน Q2/69

ในส่วน KKP มีจุดเด่นสำคัญคือ ความเชี่ยวชาญสินเชื่อเช่าซื้อ และตลาดทุน KKP มีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นรายได้หลัก และมี บล.เกียรตินาคินภัทร ที่ครองส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อันดับ 1

Wealth Management และปันผล ในผลประกอบการ Q2/2569 KKP โชว์กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 51% YoY แตะ 2.12 พันล้านบาท ซึ่งได้แรงหนุนสำคัญจากธุรกิจ Wealth Management, แพลตฟอร์ม Dime! และรายได้ค่าธรรมเนียมที่พุ่งขึ้น รวมทั้งยังมีประวัติจ่าย อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล Dividend Yield ในระดับจูงใจ เฉลี่ยสูงราว 6-8% ต่อปี

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ทำให้เห็นได้ว่าหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นที่น่าสนใจในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะ KBANK และ KKP ที่โชว์กำไรโตสวนกระแสจากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจตลาดทุน และ Wealth Management

#KBANK
#KPLUS
#DigitalBanking
#KKP
#DividendYield

Share:

ข่าวล่าสุด

ค้นหาข่าวที่คุณสนใจ