บทวิเคราะห์ บล.พายวันที่ 16 ม.ค. 2569
Pi Daily ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับผลประกอบการหลัง TSMC รายงานรายได้และกำไรแข็งแกร่ง หนุนหุ้นในกลุ่มชิป (NVIDIA AMD) ส่วนตลาดหุ้นไทยนักลงทุนเริ่ มมองบวกมากขึ้นคาดว่ ามาจากประเด็น Election Rally กลุ่มที่ปรับลงมาแรงก่อนหน้าเริ่ มเห็นแรงซื้อ ระยะส้ันแนะนำกลุ่มได้ประโยชน์ จากการเลือกตั้งอย่าง ค้าปลีก การเงิน โดยกลุ่มการเงินได้ประโยชน์ จากการปรับลง TH Bond Yield อีกเช่นกัน ขณะที่ Valuation ไม่แพง
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 292 จุด (+0.6%) ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่ มธนาคารหลังจาก GS , MS รายงานผลประกอบการดีกว่ าคาดการณ์ รวมไปถึงหุ้น TECH ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 4.2% หลังจากทรัมป์ระบุว่ าการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่ านเริ่มน้อยลง
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่ างงานที่ 1.98 แสนรายดีกว่านักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้ที่ 2.15 แสนราย กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบั ตรสหรัฐฯปรับขึ้นมาเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ ให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นเพราะหั นไปให้ความสนใจกับผลประกอบการที่ ทยอยรายงานออกมา อย่างวานนี้ TSMC (ผู้นำในการผลิต Semiconductor) รายงานรายได้ในช่วง 4Q25 พบว่าขยายตัว 25.5%YoY พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นแข็ งแกร่งที่ 62.3% ทำได้ดีกว่าที่เคย Guidance ไว้ในช่วง 59-61% พร้อมกับกำไรสุทธิที่ขยายตัว 35%YoY ROE แข็งแกร่งที่ 38.8% ส่งผลให้ราคาหุ้น TSM เมื่อคืนปิดบวก 4.7% และหนุนหุ้นในกลุ่มผู้ผลิต Hardware (NVIDIA +2% AMD +2%) สัปดาห์หน้าก็จะมี การรายงานหลายตัว หากเป็นตัวที่ตลาดให้น้ำหนั กจะได้แก่ Netflix J&J หากดีกว่าคาดการณ์จะยิ่งเป็นปั จจัยหนุนหุ้นสหรัฐฯ กลับมามองที่ปัจจั ยในประเทศจะพบว่าวานนี้ SET INDEX เริ่มฟื้นตัว +1.4% หุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้าเริ่มมี แรงซื้อเข้ามาเช่น BDMS รวมไปถึงกลุ่มที่อ่อนไหวกั บดอกเบี้ยอย่าง Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) ส่วนหนึ่งอาจเป็ นเพราะการประกาศผลประกอบการที่ ดีกว่าคาดการณ์ของ KTC และการปรับลงของ Thai Bond Yield กลุ่มค้าปลีกก็เริ่มฟื้นตั วคาดว่าตลาดเริ่มมองถึงประเด็น Election Rally ปัจจัยติดตามคืนนี้ (ไม่ได้สำคัญมาก) ได้แก่ผลผลิตภาคอุ ตสาหกรรมของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.1%MoM รวมไปถึงผลประกอบการบริษั ทจดทะเบียน วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1255 – 1270 อาจชะลอตัวช่วงสั้นจากการปรับขึ้ นมาแรงวานนี้ประกอบกับแรงกดดั นจากหุ้นในกลุ่มพลั งงานตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง แต่ระยะถัดไปยังมีมุมมองเชิ งบวกในช่วงที่กำลังเข้าใกล้เลื อกตั้ง ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเริ่ มมองถึง Theme Election Rally ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์ จะประกอบไปด้วย ค้าปลีก (CPALL HMPRO) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ศูนย์การค้า (CPN) ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับลงดีกั บกลุ่มสายการบิน (BA) กลุ่มธนาคารพาณิชย์หากราคาปรั บลงมาก็มองเป็นกลุ่มน่ าสนใจจากปันผลระดับสูง
CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 59.00 บาท)
คาดกำไรปกติของ CPALL เติบโตต่อเนื่อง 4% YoY ในปี 2026 หนุนจากการนำเสนอสินค้าที่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค, Sentiment การบริโภคที่ดีขึ้นจากเม็ดเงิ นสะพัดช่วงการเลือกตั้ง, และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ ยว รวมถึงการขยายเวลาขายเครื่องดื่ มแอลกอฮอล์ (อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่ มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. เพิ่มเติมจากช่วงเวลาเดิม เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2025 เป็นระยะเวลา 180 วัน (6 เดือน)
MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)
ปี 2026 คาดกำไรสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง 13% โดดเด่นในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้ อกับสินเชื่อ 2) NIM ขยายตัวผลบวกจากอัตราดอกเบี้ ยลดลง และ 3) Credit cost ผ่อนคลายลงจากการควบคุมคุณภาพสิ นเชื่อได้ตามเป้าหมาย คาด Credit cost ลดลงที่ 246 bps ในปี 2026 จาก 253 bps ในปี 2025













