บทวิเคราะห์ บล.พาย วันที่ 15 ม.ค. 2569
Pi Daily เริ่มเข้าสู่ฤดู กาลประกาศผลประกอบการทั้ งไทยและต่างประเทศ KTC รายงานกำไรค่อนข้างดี (มากกว่า Consensus 10%) มองเป็นหุ้นน่าสนใจในวันนี้ นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้ นจะดีกับหุ้นในกลุ่มพลังงาน ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนชะลอช่วงสั้นอาจเป็ นเพราะแรง Take Profit ผสานกับความปั่นป่วนในอิหร่าน จากนี้แนะติดตามผลประกอบการ วันนี้เลือก KTC เป็นหุ้นเด่น
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 42 จุด (-0.09%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลงแรงรับแรงขายหุ้นกลุ่ม Technology มองเป็นเพียงจังหวะ Take Profit ปกติ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.6% ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าอุ ปทานน้ำมันในอิหร่านจะชะงักงั นจากการประท้วงและสหรั ฐฯอาจโจมตี
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิ ตพบว่าขยายตัวราว 0.2%MoM ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตาม Core PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิตที่ไม่ รวมราคาพลังงานและอาหารทรงตั วเทียบเดือนก่อน สวนทางกับที่คาดการณ์ว่ าจะขยายตัว 0.2%MoM นอกจากนี้ยังได้รายงานยอดค้าปลี กที่ขยายตัว 0.6%MoM มากกว่าคาดการณ์ที่ 0.5%MoM รายละเอียดภายในพบว่าเริ่มเห็ นยอดขายรถยนต์ขยายตัวเด่นราว 1%MoM แต่ยังลดลง -1%YoY โดยรวมแล้วหลังจากทราบข้อมู ลพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรั ฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีปรับลงและแนวโน้ม 2 ปีก็ยังคงปรับลง สะท้อนถึงมุมมองเชิงผ่ อนคลายนโยบายการเงินในมุ มมองของนักลงทุน ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนทั้ งตลาดหุ้นและทองคำ (+GOLD 03 , +GOOGL03) โดยนักลงทุนกลับมามองปัจจัยเรื่ องผลประกอบการ ซึ่งวานนี้พบว่ากลุ่มการเงิ นในสหรัฐฯส่วนใหญ่รายงานกำไรดี กว่าคาดการณ์ สำหรับปัจจัยในประเทศก็เริ่ มรอติดตามผลประกอบการเช่นกั นวานนี้มี TISCO ประกาศกำไร (ตามคาดการณ์ของตลาดแต่อย่ างไรก็ตาม KTC รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์จาก Bloomberg ราว 10% หนุนจากสำรองหนี้ที่ลดลง -24%YoY ระยะสั้นเชื่อว่าตลาดจะตอบรั บเชิงบวกกับหุ้น KTC จากนี้รอติดตามผลประกอบการที่ จะทยอยรายงานออกมาโดยเฉพาะกลุ่ มธนาคารพาณิชย์ ในขณะเดียวกันพบเห็นเงินบาทที่ เริ่มทยอยอ่อนค่ากลับมาทดสอบ 31.47 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ บวกกับหุ้นในกลุ่มส่งออก (ITC TU) ปัจจัยติดตามคืนนี้ นอกจากผลประกอบการได้แก่ตั วเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างผู้ ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.15 แสนราย วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1240 – 1255 เริ่มมีปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้ นไทยผ่านการรายงานผลประกอบการที่ ดีกว่าคาดการณ์ผสานกับราคาน้ำมั นที่ปรับขึ้นจะหนุนกลุ่มพลังงาน และการลดลงของ TH Bond Yield จะเป็นอีกปัจจัยหนุนทั้ งตลาดและกลุ่มการเงิน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลื อกเป็นรายตัวที่มีปัจจัยหนุน อาทิ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR KTC) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ส่งออก (ITC TU) ศูนย์การค้า (CPN) หุ้นปันผลสูงอย่างธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB)
KTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท)
รายงานผลประกอบการดีกว่าที่นั กวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 10% มองเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นต่ อราคาหุ้น นอกจากนี้ D/E ต่ำเพียง 1.5 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้เงิ นเพิ่มได้หากสภาวะทางเศรษฐกิ จเปิดโอกาสในการเติบโตในอนาคต และด้วยราคาหุ้นที่ปรับลดลง เราคาดว่า KTC จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 4.4-4.5% ในปี 2025-26
MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)
ปี 2026 คาดกำไรสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง 13% โดดเด่นในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้ อกับสินเชื่อ 2) NIM ขยายตัวผลบวกจากอัตราดอกเบี้ ยลดลง และ 3) Credit cost ผ่อนคลายลงจากการควบคุมคุณภาพสิ นเชื่อได้ตามเป้าหมาย คาด Credit cost ลดลงที่ 246 bps ในปี 2026 จาก 253 bps ในปี 2025













