สถิติการบังคับใช้กฎหมาย ของ ก.ล.ต. (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2569)

 สถิติการบังคับใช้กฎหมาย ของ ก.ล.ต. (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2569)

 

การดำเนินคดีอาญา

เฉพาะฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ทุจริต แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฐานความผิด 2568 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2569
คดี ราย คดี ราย
การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล

×       การสร้างราคา

×       การแพร่ข่าว/ข้อความเท็จ

×       ใช้ข้อมูลภายใน

×       Front run

 

 

8

1

1

1

 

 

63

1

9

3

 

 

1

 

 

21

การทุจริต 3 5 1 1
แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ 3 16
ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 11 6 21
รวม 19 108 8 43

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 69 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาฐานการกระทำ
อันไม่เป็นธรรม ทุจริต และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน
(บก.ปอศ. และ DSI) รวม 8 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 43 ราย ซึ่งเป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย
การทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 6 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย

 

 

 

การดำเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง

  1. คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด
ฐานความผิด 2568 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2569
คดี ราย คดี ราย
การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล

×       การสร้างราคา

×       การใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน

×       การแพร่ข่าว/ข้อความเท็จ

 

 

13

8

1

 

 

88

35

2

 

 

2

1

 

 

5

1

แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ 1 2
การไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต 1 1
รวม 24 128 3 6

 

 

  1. ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด*
  จำนวนคดี จำนวนผู้กระทำผิด ค่าปรับ
ทางแพ่ง** (บาท)
ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ** (บาท) ชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ (บาท)
2568 14 39 131,526,083 70,855,574 3,032,591
 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2569 7 27 662,697,675 519,446,913 1,554,040
2560 – 31 พ.ค. 2569 88 343 2,826,371,549 976,817,633 15,437,601

หมายเหตุ :
* ข้อมูลในวันที่ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด
** เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

 

  1. การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง
2560 – 31 พ.ค. 2569 จำนวน  
คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด

6 คดี – ศาลชั้นต้น 1 คดี

– ศาลอุทธรณ์ 5 คดี

อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/
ศาลอุทธรณ์
19 คดี – อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น 10 คดี

– อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ 9 คดี

รวม 25 คดี  

 

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 69 ค.ม.พ. ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดรวม 3 คดี จำนวนผู้กระทำความผิด 6 ราย เป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา และการใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน

ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้กระทำผิดมาตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง
ที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวนรวม 27 ราย จาก 7 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 663 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 519 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 ที่มีการนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ มีผู้กระทำความผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวน 343 ราย จาก 88 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 2,826 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 977 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ณ 31 พ.ค. 69 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 19 คดี แบ่งเป็น 10 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 9 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์

 

 

การดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” โทร. 1207 กด 22

 

การดำเนินการ 2568 ม.ค. – พ.ค. 2568 ม.ค. – พ.ค. 2569
ให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน 8,287 1,279 3,939
การปิดกั้นเนื้อหาหรือช่องทางการหลอกลงทุน (บัญชี) 3,714 2,162 368
– แจ้งปิดกั้นโดยตรงกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 3,376 2,101 254
– แจ้งปิดกั้นผ่านหน่วยงานภาครัฐ*  338 61 114
รวมการรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน (ครั้ง) 12,001 3,441 4,307

หมายเหตุ : * การแจ้งปิดกั้นผ่านหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 และตำรวจสอบสวนกลาง เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569

 

ในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. 2569 “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน รวม 4,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ผ่าน 7 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) โทรศัพท์ (1207 กด 22) อีเมล (scamalert@sec.or.th) การเดินทางมายังสำนักงาน ก.ล.ต. ระบบบริการสนทนา (Facebook และ Live chat) และไปรษณีย์

มีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 368 บัญชี ซึ่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นได้ร้อยละ 100 ภายในเวลา 7 นาที – 48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 208% จาก 1,279 ครั้ง ในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. ปี 2568

ทั้งนี้ การดำเนินการปิดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อถูกชักชวนหลอกลงทุน โดยมีกระบวนการตั้งแต่ตรวจสอบข้อมูล ติดต่อผู้แจ้งเบาะแสเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เก็บพยานหลักฐาน เตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อใช้ในการปิดกั้น ค้นหาข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม รวมถึงติดต่อผู้ถูกใช้ชื่อในการหลอกลงทุนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการชักชวนหลอกลงทุนจริง และระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปิดกั้นเกิดขึ้น

 

 

การระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ปี 2568

 

ณ วันที่ 31 ธ.ค. 68 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ระงับบัญชีแล้ว 47,692 บัญชี
ณ วันที่ 30 เม.ย. 69 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ระงับบัญชีแล้ว 58,006 บัญชี

 

****************

 

 

Share:

ข่าวล่าสุด

ค้นหาข่าวที่คุณสนใจ