Liberator Guide Daily Strategy ประจำวันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2568
คาด SET วันนี้ “Sideways” ในกรอบ 1110-1140 จุด สัญญาณภาคแรงงานและบริการของ US แข็งแกร่ง หนุนตลาด USยังเดินหน้าต่อ ส่วนไทยยังคงต้องรอผล
การเจรจาการค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนในช่วงถัดไป กลยุทธ์ยังเน้นสะสมหุ้นที่คาดผลการดำเนินงาน
เติบโตดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ “SGC”
Daily Pick : SGC
ราคาเป้าหมาย
เชิงกลยุทธ์ (บาท)1.04
ตัวเลขเศรษฐกิจ US แกร่ง
ตัวเลขเศรษฐกิจ US ที่รายงานวานนี้ออกมาดีกว่าคาดทั้งภาคแรงงาน และภาคบริการ โดยสำหรับภาค แรงงาน พบว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน มิ.ย.
เพิ่มขึ้น 1.47 แสนราย เร่งขึ้นจากเดือน พ.ค. ที่ 1.44 แสนราย และสวนคาดที่ 1.06 แสนราย โดยอัตราการว่างงานปรับลดลงสู่ระดับ 4.1% จาก 4.2% สวนคาดที่
มองขยับขึ้นสู่ระดับ 4.3% สอดคล้องกับตัวเลขผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ระดับ 2.33 แสนราย ลดลงจาก 2.37 แสนราย และต่ำคาดที่ 2.41 แสนราย ตอกย้ำภาคแรงงานที่มีแนวโน้มที่ดี
ส่วนด้านดัชนี ISM ภาคบริการ เดือน มิ.ย. กลับมา เหนือระดับ 50 ได้อีกครั้ง โดยอยู่ที่ 50.8 จุด พลิกขยายตัวจาก 49.9 ในเดือน พ.ค. และดีกว่าตลาดคาดที่ 50.5 จุด บ่งชี้ภาคบริการดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ ISM ภาคการผลิตที่รายงานออกมาในช่วงต้นสัปดาห์
ตัวเลขเศรษฐกิจ US ที่ดีกว่าคาด หนุน Dollar Index กลับมาแข็งค่า และช่วยให้ตลาดหุ้น US ยังคงเดินหน้า ต่อเนื่อง ส่วนภาพ SET ในระยะสั้นก็ยังคงฟื้นตัว ตอบรับปัจจัยการเมืองในประเทศที่ผ่อนคลายขึ้น แต่อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามผลการเจรจาการค้าจะออกมาในแนวทางไหน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อ
การเคลื่อนไหวของ SET ในช่วงถัดไป โดยหากการเจรจาการค้าเป็นบวกจะหนุนให้กลุ่มส่งออก และนิคมฯนำตลาด ในทางกลับกันหากภาษีโดนสูงกว่า 20% อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาด แนะย่อตั้งรับกลุ่ม Defensive เช่น สื่อสาร, ไฟฟ้า และโรงพยาบาล
Pic of the day
Eyes On 04 ก.ค. ดัชนี PPI ของยูโรโซน 07 ก.ค. เงินเฟ้อ CPI ของไทย, ยอดค้าปลีกของยูโรโซน ISM ภาคบริการ เดือน มิ.ย. กลับมาขยายตัว ดีกว่าคาด
ปี 2025 บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 12-15% และวาง แผนขยายสาขาเพิ่มอีก 600 สาขา คุณภาพสินทรัพย์ดี โดย NPL Ratio 4Q24 ลดลงสู่
ระดับ 2.75% จาก 2.82% ใน 3Q24 และ credit cost ลดลงสู่ระดับ 2.81% จาก 3.11% ใน 3Q24 โดยคาดว่าปี 2025 credit cost จะต่ำกว่า 2.8% และ NPL จะ
ต่ำกว่า 2.7% Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยปัจจุบัน
ซื้อขายที่ระดับ PE 14.6 เท่า และ PBV 2.3 เท่า
คาดแนวโน้มกำไร 2Q25 ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องทั้ง q-q และ y-y ซึ่งเป็นการปรับขึ้น 6 ไตรมาสติดต่อกัน แรงหนุนจากสินเชื่อ Lock Phone ที่คาดยังเร่งตัวสู่ระดับ
1.8 พันล้านบาท (+5.5%q-q) แนวโน้มไตรมาส 3 กำลังเช้าสู่ฤดูกาลออกมือถือรุ่นใหม่ คาดว่ายังเป็นปัจจัยหนุนให้กำไรครึ่งหลังยังดีต่อเนื่อง ขณะที่ Valuation ปัจจุบันซื้อขายเพียง PE10 เท่า เป็นจังหวะน่าทยอยสะสม












