UBE ลุยเศรษฐกิจสีเขียว ลดคาร์บอนเกือบ 30% คว้า CFP ดันแพกเกจจิ้งรักษ์โลก
‘บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล’ หรือ UBE ขับเคลื่อนกลยุทธ์ UBE CARE จัดการความยั่งยืน ชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสีเขียว คว้ารับการรับรองมาตรฐานการจั ดการก๊าซเรือนกระจก ISO 14064-1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เผยลดปริมาณปล่อยก๊าซเรื อนกระจกลดลงเหลือ 113,918 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ลดลง 29.19% จากปีฐาน ด้านบริษัทในเครือ UBE Group ได้รับการรับรองฉลากคาร์ บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากอบก. 5 บรรจุภัณฑ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นยกระดั บการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยื นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงมือลู กค้า ตั้งเป้าลดคาร์บอนปี 2569 อีก 17% จากฐานปี 2567 เดินหน้ายกระดับบรรจุภัณฑ์แป้ งมันสำปะหลังออร์แกนิกที่เป็นมิ ตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งมั่นสู่ Carbon Neutrality ในปี 2573
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ ของประเทศไทย เปิดเผยว่า UBE และบริษัทในเครือ UBE Group เดินหน้าขับเคลื่อนการจั ดการความยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ UBE CARE ที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยื นผ่านแนวคิด “เราดูแล เราใส่ใจ” โดยบูรณาการทุกมิติ ESG (Environment, Social, Governance) เข้ากับองค์กรและการดำเนินธุรกิ จอย่างครบวงจร เพื่อสร้างยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสี เขียวอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกในระดับองค์กรและกิ จกรรมภายในอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด UBE ได้รับการรับรองมาตรฐานการจั ดการก๊าซเรือนกระจก ISO 14064-1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (BV) ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทั้งนี้ ตลอดปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกขององค์กร ทั้งในระดับองค์กรและกิ จกรรมภายใน ผ่านการเพิ่มประสิทธิเครื่องจั กร กระบวนการผลิต และการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุ นเวียน ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกลดลงเหลือ 113,918 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ผ่านการทวนสอบโดย BV ตามมาตรฐาน ISO 14064-1 คิดเป็นการลดลงดคาร์บอนฟุตพริ้ นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO) รวม 29.19% จากปีฐาน โดยแบ่งแยกตามประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจเอทานอลสามารถลดการปล่ อยก๊าซเรือนกระจกได้ 36.24% ธุรกิจแป้งลดลง 19.11% และธุรกิจสินค้าอินทรีย์ลดลง 90.58% จากปีฐาน สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริ หารจัดการและการปรับปรุ งกระบวนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าลดคาร์บอนอย่างต่ อเนื่องในปี 2569 อีก 17% จากการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกในการเก็บข้อมูลจากปี ฐานปี 2567 และวางเป้าหมายยกระดับบรรจุภั ณฑ์สินค้าแป้งมันสำปะหลังออร์ แกนิกสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด (“UBS”) ในเครือ UBE Group ยังได้รับการรั บรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) หรือ CFP จากองค์การบริหารจัดการก๊ าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้สำเร็จจำนวน 5 บรรจุภัณฑ์ ได้แก่ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก 3 บรรจุภัณฑ์ (ขนาด 400กรัม/ 25 กิโลกรัม/ 850กิโลกรัม) และฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิก 2 บรรจุภัณฑ์ (ขนาด 500กรัม/ 25กิโลกรัม) โดยประเมินปริมาณการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกที่ปล่ อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิ ตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน จนไปถึงการกำจัดเศษวัสดุจากผลิ ตภัณฑ์หลังการใช้งาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุ งกระบวนการผลิตสินค้า ให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊ าซเรือนกระจก ซึ่งการได้รับรองฉลากคาร์บอนฯ ตอกย้ำถึงความใส่ใจและโปร่ งใสในการเปิดเผยข้อมูลการปล่ อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิ ตสินค้า เพื่อมอบทางเลือกที่ดีที่สุดให้ กับคู่ค้าและผู้บริโภคที่ต้ องการร่วมลดผลกระทบต่อโลก
“ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึ งความตั้งใจของ UBE ทั้งการจัดการในระดับองค์ กรและยังลงลึกไปถึงระดับสินค้ าที่ส่งถึงมือลูกค้า ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการดำเนิ นธุรกิจสู่ความยั่งยืน ทั้งในด้านการลดผลกระทบต่อสิ่ งแวดล้อม การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และการสร้างความเชื่อมั่นให้กั บผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ งในประเทศและระดับสากล เราตระหนักดีว่าดูแลสิ่งแวดล้ อมในการดำเนินธุรกิจที่มี ความเชื่อมโยงกับทรั พยากรธรรมชาติและเกษตรกร จะเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยื นให้กับโลก ซึ่งบริษัทฯ วางเป้าหมายการลดการปล่อยก๊ าซเรือนกระจกในระยะยาว สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 ขององค์กร และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์ กรสู่การเป็นผู้นำด้านอุ ตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่ยั่งยืน มุ่งสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง” นางสาวสุรียส กล่าว













