WHA ลุย Data Center Park 1-2 พันไร่ มั่นใจผลงานปีนี้โตตามเป้า ลุ้น New High
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ Data Center Park บนทำเลศักยภาพ เพื่อจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค ทั้งระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการน้ำ รองรับความต้องการใช้งาน Cloud และ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้านักลงทุนต่างชาติ (FDI) อีกทั้งโครงการดังกล่าวมีแนวคิดพัฒนาในรูปแบบครบวงจร โดยใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ราว 1,000-2,000 ไร่ขึ้นไป ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทำเลที่เหมาะสมว่าจะตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC เช่น ชลบุรีและระยอง หรือเลือกพื้นที่นอก EEC อย่างสระบุรี ทั้งนี้ ยังต้องรอความชัดเจนจากแนวทางของบอร์ด Data Center ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในประมาณ 1 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ โดยคาดว่าจะสามารถระบุพื้นที่ได้อย่างชัดเจนภายในปี 2569
ทั้งนี้บริษัทฯ วางเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงการ Data Center Park เพื่อรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลและระบบห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำ โดยประเทศไทยถือว่ามีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่ยังมีข้อจำกัดด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน
อีกทั้งแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินทั้งในประเทศไทยและเวียดนามรวม 2,500 ไร่ โดยในไตรมาส 1/2569 สามารถปิดการขายที่ดินให้กับลูกค้ากลุ่ม Data Center ได้แล้วประมาณ 900 ไร่ ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายที่ดินรวมมากกว่า 1,000 ไร่ ถือว่าผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยังสะท้อนถึงโอกาสในการผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมลุ้นสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ในปีนี้
ส่วนยอดขายที่เหลืออีกกว่า 1,000 ไร่ บริษัทคาดว่าจะมาจากความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมหลายประเภท ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง โดยไทยเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศชั้นนำของโลกด้านการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่จากญี่ปุ่นสนใจเข้ามาย้ายและขยายฐานการผลิตในประเทศไทย ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัท และเพิ่มโอกาสในการสร้างสถิติผลการดำเนินงานสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ในด้านพลังงาน จำเป็นต้องวางระบบให้สามารถรองรับทั้งพลังงานฟอสซิลและพลังงานสะอาด โดยในช่วงระยะสั้นถึงระยะกลางจะให้น้ำหนักกับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน ส่วนในระยะยาวอยู่ระหว่างแนวคิดในการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ขณะเดียวกัน การวางแผนด้านพลังงานยังต้องคำนึงถึงศักยภาพของระบบสายส่งและสถานีฐานให้เพียงพอต่อการรองรับความต้องการในอนาคต
พร้อมกันนี้ บริษัทมีแผนขยายการพัฒนาพื้นที่ไปยังนอกเขต EEC โดยเฉพาะจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีพื้นที่สำหรับรองรับการขยายเฟสนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมเกือบ 3,000 ไร่ เบื้องต้นสามารถรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) รวมถึงจัดสรรพื้นที่เพื่อรองรับการพัฒนา Data Center ในอนาคตด้วย
สำหรับกรณีที่ภาครัฐมีการระงับและชะลอโครงการ Data Center เป็นการชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจนด้านนโยบายและแนวทางการกำกับดูแล ส่งผลให้บริษัทต้องเลื่อนการเจรจากับลูกค้า Data Center รายใหม่ออกไปบางส่วน อย่างไรก็ตาม ลูกค้ารายเดิมที่ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินแล้ว ยังคงเดินหน้าก่อสร้างและลงทุนตามแผน โดยไม่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน ผู้บริหารมองว่าการที่ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลเข้ามากำหนดหลักเกณฑ์ควบคุม Data Center รวมถึงการบริหารจัดการพลังงาน ถือเป็นทิศทางที่ดี เนื่องจากจะช่วยสร้างมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ระดับโลก หรือ Hyperscalers ในการเข้ามาลงทุนระยะยาวในประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนา Ecosystem ของนิคมอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
“บริษัทฯ มองว่าการชะลอโครงการ Data Center ในช่วงดังกล่าวจะไม่กระทบต่อเป้าหมายยอดขายที่ดินรวมในปี 2569 เนื่องจากยังมีความต้องการจากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นเข้ามาชดเชย ทำให้ภาพรวมยอดขายยังสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย และขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) จากแรงสนับสนุนของการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเดินหน้าและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” นางสาวจรีพร กล่าว













