XSpring Group มอง SET Q3 ทะลุ 1,705 จุด รับธีม AI ดันเงินไหลเข้าเอเชีย

XSpring Group มอง SET Q3 ทะลุ 1,705 จุด รับธีม AI ดันเงินไหลเข้าเอเชีย

 

นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินภาพรวมการลงทุนในช่วงไตรมาส 3/2569 คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) มีเป้าหมายที่ 1,705 จุด หรือมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกราว 7% จากปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น ทั้งการส่งออก กำไรบริษัทจดทะเบียน และกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่สนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย พร้อมคาดว่าเมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง เงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่า หนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่เอเชียอีกครั้ง ขณะที่ธีมการเติบโตของภูมิภาคยังได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรม AI และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังคงแนะนำลงทุนในหุ้น ADVANC, GULF และ WHA ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเพิ่ม KBANK และ ASK เพื่อรับธีมการลงทุนด้าน AI Infrastructure และการลงทุนใน Data Center ที่กำลังเติบโต

สำหรับมุมมองการลงทุน KTX ยังคงให้น้ำหนัก ตลาดหุ้นเอเชียมากกว่าสหรัฐฯ แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย หลังคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0-1 ครั้งในปีนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวล เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศเริ่มชะลอตัว ขณะที่รายได้ครัวเรือนลดลงแต่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Fed ต้องให้น้ำหนักกับการประคองเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 3 คือ สภาพคล่องในตลาดการเงินโลก จากการระดมทุนของภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะ Crowding Out (ปรากฏการณ์ที่การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายหรือการลงทุนของภาครัฐส่งผลให้การบริโภคหรือการลงทุนของภาคเอกชนลดลง) ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์บางประเภทเข้าสู่การลงทุนใหม่ สร้างแรงขายต่อสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนประเมินการลงทุนด้วย มุมมองทั้ง ระยะสั้น (Short-term) และ ระยะยาว (Long-term) โดยระยะสั้นยังต้องติดตามความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่หากมองภาพระยะยาว ประเมินว่าความเสี่ยงด้านพลังงานเริ่มคลี่คลาย หลังซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันให้ตลาดเอเชีย กลุ่มโอเปกพลัสทยอยเพิ่มกำลังการผลิต และมีโอกาสที่น้ำมันอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบดังกล่าวมากกว่าปรับขึ้นรุนแรง

ด้านนายศุภพล ตั้งวิเชียร นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า เริ่มมีสัญญาณหมุนเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เร่งลงทุนด้าน AI ส่งผลให้เม็ดเงินไหลสู่อุตสาหกรรมต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor) ในเอเชีย สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ยังไม่จบ และยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดหุ้นเอเชียในไตรมาส 3/2569 แม้ระยะสั้นจะเกิดการปรับน้ำหนักการลดลงไปกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น  (Sector Rotation)  เช่น ไปยังกลุ่ม Healthcare, Industrial และ Financial แต่คาดว่าเมื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงกลางถึงปลายเดือนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากธุรกิจ Cloud และ AI จะเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

ทั้งนี้ KTX แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เลือกลงทุนแบบรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นหรือดัชนีที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และยังมีมูลค่าที่เหมาะสม ได้แก่ TAIWAN19 DR ที่อ้างอิงกองทุน Yuanta/P-shares Taiwan Top 50 ETF เนื่องจากไต้หวันเป็นห่วงโซ่อุปทานหลักของ NVIDIA และอุตสาหกรรม AI โลก โดยเฉพาะ TSMC ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบรับจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลประกอบการในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 และมีโอกาสรายงานกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทั้งอาจปรับเพิ่มประมาณการรายได้ในระยะถัดไป นอกจากนี้ยัง แนะนำ NIKKEI80 ที่เป็น DR อ้างอิงดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น เนื่องจากโครงสร้างตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

ขณะที่นายพีรพล สุรัตนวนิช นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เดินหน้าลงทุนด้วยเม็ดเงินขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรม AI เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเป็นผู้นำ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในโรงงานผลิตชิปรุ่นใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และการต่อยอดนวัตกรรมด้านวัสดุและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ญี่ปุ่นยังคงมีความได้เปรียบในธุรกิจต้นน้ำ ตั้งแต่เครื่องจักรผลิตชิป วัสดุ ไปจนถึงการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยเหตุนี้ XSpringAM จึงแนะนำกองทุน X-JPTOPTECH ที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น 20 บริษัท ครอบคลุมผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI ปัจจุบันสามารถให้ผลตอบแทนช่วง 1 เดือน อยู่ที่ราว 12%  และมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date) อยู่ที่ประมาณ 35.3%

นอกจากนี้ การเติบโตของ AI จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบประมวลผล AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2569-2573 สหรัฐฯ มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค ทั้งนี้คาดว่าจะลงทุนคิดเป็นมูลค่าราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ดังนั้น XSpringAM จึงแนะนำกองทุน  X-VOLT ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำ ครอบคลุมโครงข่ายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรับอานิสงส์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date) อยู่ที่ประมาณ 35.4%

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

Share:

ข่าวล่าสุด

ค้นหาข่าวที่คุณสนใจ